บทความทั้งหมด

ผมว่าช่วงนี้สำหรับคนที่ชอบวิ่งหรือออกกำลังกายคงจะมีความรู้สึกคล้ายๆกัน ชีวิตมันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง งานวิ่งที่เคยมีในแต่ละสัปดาห์ก็ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปหมด จะออกไปวิ่งตามสาธารณะบรรยากาศก็ไม่เหมือนเดิม จะไปวิ่งในยิมก็ไม่ได้เพราะปิด

ผมเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาตามร่างกาย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง หายใจไม่ค่อยทัน สักพักก็ตาลาย และตามด้วยอาการตะคริว ที่เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ที่น่อง ไล่มาถึงที่ท้อง จนกระทั่งหัวไหล่ ซึ่งทรมารมาก จนผมวิ่งต่อไปอีกไม่ไหว ต้องหยุดพักสลับกับเดินช้าๆ เพื่อให้อาการทุเลา หลังจากอาการดีขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นวิ่งช้าๆสลับกับการเดินแทน 

ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงก่อนการแข่งขันถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและต้องดูแลตัวเองให้ดี ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษครับ ที่นี้ลองมาดูกันว่าเราควรกินหรือไม่กินอะไรก่อนการแข่งขัน 

การทดสอบที่ร้านขายรองเท้าไม่ได้เป็นตัวการันตีเลยว่ารองเท้าคู่นั้นจะเหมาะกับเท้าของเรา เพราะเป็นเพียงการทดสอบแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆและไม่ได้ไปวิ่งในสนามจริง หรือบางครั้งเป็นเพียงความรู้สึกประทับใจเมื่อได้สวมใส่รองเท้าคู่ใหม่เท่านั้น พอนำใช้จริงได้สักพักหนึ่งก็รู้สึกได้ว่า “มันยังไม่ใช่”

แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง ว่าคุณจะเลือกฟังเสียงทางด้านมือหรือด้านสว่าง เลือกที่จะนอนต่อหรือไปออกำลังกาย และสิ่งที่ตัดสินใจมันจะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคตของคุณ

บางคนบอกผมว่ามันเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นนักวิ่งระยะไกล ซึ่งฟังแล้วดูดี แต่สำหรับผมมันเจ็บปวดและทรมานมากในช่วงแรกๆ ทั้งในขณะเดินและวิ่งในบริเวณปลายเท้า หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์อาการเจ็บปวดจะลดลงแต่เล็บก็ยังคงเป็นสีดำเหมือนเดิม ผ่านช่วงทรมานสุดๆ ไปแล้ว อีกไม่กี่เดือนจะมีเล็บใหม่งอกขึ้นมาทดแทนทีละนิดๆ แล้วเล็บเก่าก็จะเริ่มหลุดร่อนออกไป

ช่วงกิโลเมตรที่ 18 ความคิดเดิมๆ เริ่มกลับมาอีกแล้ว “ทำไมชีวิตถึงต้องลำบากอย่างนี้ ไม่รู้ว่าไปทำบาปทำกรรมอะไรมา ต้องมาชดใช้โดยการวิ่ง” จิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน อยากจะหยุดเดินให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็หยุดไม่ได้เพราะตากล้องมาดักถ่ายรูปกันเต็มไปหมด ได้แต่นึกในใจว่า “ทำไมไม่ไปถ่ายในช่วง 10 กม. แรกกัน ตอนนี้ยิ้มไม่ออกแล้ว” ว่าแล้วก็กัดฟันวิ่งต่อไป 

เป้าหมายของผมกลางปีนี้คือฮาล์ฟมาราธอน (ระยะ 21.1 กิโลเมตร) หลังวิ่งมินิมาราธอน (ระยะ 10.5 กิโลเมตร) มาได้สักพักใหญ่แล้ว แน่นอนมันคืออีกก้าวของการท้าทายตัวผมเอง ต้องยอมรับว่าผมกังวลมากพอสมควรในการวิ่งระยะนี้ครั้งแรก 

ที่สำคัญมันยังเป็นตัวชี้วัดสมรรถนะของร่างกายเราเองด้วยว่า ขณะนั้นเราออกกำลังมากเกินไปหรือไม่ ถึงเวลาที่จะต้องหยุดพักแล้วหรือยัง เพราะถ้าฝืนไปมากๆ อาจเกิดอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดฝัน 

วางแผนการเดินทาง เช่น เดินทางไปอย่างไร ใช้เวลาในการเดินทางเท่าไหร่ พักที่ไหน (กรณีสถานที่จัดงานอยู่ไกล) หากที่จัดการแข่งขันอยู่ใกล้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากอยู่ไกลผมแนะนำให้ไปหาที่พักใกล้ๆงานนอนสักคืนก่อนวิ่ง เพราะสำหรับผมการพักผ่อนก่อนการแข่งขันมีความสำคัญมาก เรื่องทีพักก็ควรต้องจองล่วงหน้าเช่นกันครับ เพราะส่วนใหญ่ในช่วงนั้นห้องพักจะเต็มหมด บางรายการจองกันข้ามปีเลยทีเดียว เช่น  จอมบึงมาราธอน และ บุรีรัมย์มาราธอน

เป็นหนึ่งคนที่ต้องทานวิตามินและอาหารเสริมหลากหลายแบรนด์มาบำรุงร่างกายอยู่เป็นประจำ ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเพื่อบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง เสริมความจำ บรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้ และตามความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงอายุ แต่พอมาเริ่มทดลองทาน PK Activ 22 เพียงแบรนด์เดียว กลับตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมด

เสน่ห์ของการวิ่งในความรู้สึกของผมก็คือ กีฬาประเภทนี้ไม่มีคำว่าโชคช่วย หรือ ฟลุ๊ค อยู่ที่ตัวเองและการซ้อมล้วนๆ เพราะผมไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเป็นนักวิ่งมาราธอน ไม่ใช้อยู่ดีๆ อยากจะวิ่ง 5 กิโล หรือ 10 กิโล ก็วิ่งได้เลย ผมว่าหลายคนคงเคยเป็นเหมือนผม ที่เห็นคนอื่นเขาวิ่งก็คิดว่าตัวเองก็น่านะวิ่งได้ไม่ต่างจากเขา แต่เมื่อลองไปวิ่งจริงก็หมดแรงตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง 

ผมเชื่อว่าหลายคนเข้าวงการวิ่งใหม่ๆ คงเป็นเหมือนผม บางครั้งฟังนักวิ่งเขาคุยกันแล้วไม่ค่อยเข้าใจ หรือไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันอยู่ วันนี้เลยเอาศัพท์ต่างต่างๆ ที่นักวิ่งควรรู้มาฝากนักวิ่งมือใหม่ทุกท่านครับ

กิโลเมตรที่ 6 ผมเริ่มวิ่งไปพิจารณาลมหายใจไป พุทธ-โท พุทธ-โท ..... คิดในใจว่า “เมื่อไรจะถึงซะทีเนี่ย วิ่งมาตั้งนานแล้วได้แค่ 6 กม. เอง”

ที่กล่าวมาข้างต้น การวิ่งทั้งสองแบบอาจดูต่างกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะชอบแบบไหน และข้อจำกัดของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันทั้งสองแบบก็คือ “มันดีต่อสุขภาพของทุกคนครับ”

รางวัลเล็กๆนี้ สร้างความภูมิใจของผมเป็นอย่างมาก เพราะผมต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา ที่สำคัญ "มันคือครั้งแรกที่ผมสามารถเอาชนะตัวเองได้"

ผลการทดสอบที่ได้ออกมาก็คือ “ผมเป็นคนเท้าแบน Overpronation” ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผมเปลี่ยนรองเท้าให้มีความเหมาะสม แทนรองเท้าคู่เดิมยี่ห้อดังซึ่งเหมาะสำหรับเท้าปกติ (Normal Arch)

หลายครั้งที่ผมออกไปปั่นจักรยาน ผมจะเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งร่วมวิ่งไปในเส้นทางเดียวกันกับที่ผมปั่นเสมอๆ แล้วผมก็มักจะคิดในใจว่า “ขณะเราปั่นยังเหนื่อยจะแย่ แล้วพวกเขาจะเหนื่อยกันสักแค่ไหน ไม่อยากจะคิดเลย วิ่งกันไปได้อย่างไรไกลขนาดนี้...”

ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “รูปแบบของเท้ามันจำเป็นขนาดนั้นเชียวหรือ เท้าผมก็น่าจะมีลักษณะปกติเหมือนคนทั่วไป แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับร้องเท้าด้วย”

บางครั้งการวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แต่ทำให้ร่างกายรู้สึก ล้า เหนื่อย อ่อนเพลีย หรือ เมื่อออกกำลังกายไปในระยะหนึ่ง อาจเกิดอาการบาดเจ็บและการฟื้นตัวช้า รวมถึงความสมบูรณ์และความแข็งแรงของร่างกายลดลง ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ก็คือโภชนาการนั่นเอง โดยเฉพาะเรื่องของวิตามินและแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่นานผมก็ได้รู้จักกับรายการแข่งขันวิ่งในฝันของผม ซึ่งเขาเรียกกันว่า Virtual Run ซึ่งเป็นรายการวิ่งที่มีความยืดหยุ่นในการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เข้าร่วมแข่งขัน โดยนักวิ่งสามารถวิ่งในเวลาใดก็ได้ ในเส้นทางที่เป็นผู้กำหนดเอง ไม่ว่าจะในร่มหรือกลางแจ้ง โดยมีภาระกิจการวิ่งในระยะทางและระยะเวลาที่กำหนดให้ครบตามเป้าหมาย

“แน่นอนมันอาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ และสุดแสนที่จะท้าทาย ซึ่งผมเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านพ้นมันมาได้”

การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่เลย มันคือความผิดพลาดของผมที่รีบร้อนมากจนเกินไป แทนที่จะเป็นเรื่องดีกลับกลายเป็นว่าสุขภาพผมเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว หน้าตาผมเริ่มหมองคล้ำ เส้นผมที่มีเริ่มค่อยๆร่วง คิดอะไรไม่ค่อยออก อารมณ์ขุ่นมัวตลอดเวลา กล้ามเนื้อแขนขาเริ่มอ่อนแรง

“ทำไม่เราถึงวิ่งแบบคนอื่นๆ เขาไม่ได้” คำถามที่ติดอยู่ในใจของผมตลอดเวลา ผมยอมรับว่าหยุดไปสองสามวัน ก่อนที่จะกลับมาต่อสู้กับใจตัวเองอีกครั้ง

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะที่ต้องเหน็ดเหนื่อยและแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ พวกเรามักมีอุปสรรคและข้ออ้างกันเสมอๆ เช่น ตื่นเช้าไม่ไหว... น้ำหนักตัวเยอะ... ปวดขา... ไม่รู้จะไปวิ่งที่ไหน... ลู่วิ่งเต็ม... พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน ผลัดกันไปเรื่อย...

เผลอแป๊บเดียว ผมก็ก้าวสู่วัยกลางคน ด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นถึง 128 กิโลกรัม การใช้ชีวิตของผมโดยทั่วไป ไม่ซับซ้อนมากเท่าไหร่นัก ทำงานในออฟฟิศ มีความสุขกับการกิน ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในบางวัน

ในเรื่องของสุขภาพร่างกายหลังทาน PK Activ 22 ในสัปดาห์แรก รู้สึกได้ว่าอาการปวดเมื่อยและบาดเจ็บหลังการวิ่งลดลง (ผมซ้อมวิ่งสัปดาห์ละประมาณ 30 กม.) และที่สำคัญที่สุด ผมรู้สึกว่าวิ่งได้นานขึ้น เหนื่อยน้อยลงกว่าแต่ก่อน อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย ลดลง 7-8 เปอร์เซ็นต์ 

Powered by MakeWebEasy.com